skymine's profileFLY IN the SKYPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
FLY IN the SKY |
||||
|
|
May 06 นักฆ่าเวลามืออาชีพเคยอ่านเมลฟอเวิดของน้าเน็กกันมะ ว่าด้วยเรื่องของเวลานี่แหละ
เราชอบเมลนั้นมากเรย แต่ก้อนะ เงยหัวคิดได้ มารู้ตัวอีกที ก้อปาไปยี่สิบกว่าปีแล้ว ชีวิตเราทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ไปน้อยมาก
ยี่สิบกว่าปีแล้วเหรอนี่ โอ้แม่เจ้า น้าเน็กเฉลี่ยอายุคนไว้ 60 ปีจะตาย ชั้นเหลือเวลาแค่ 40 ปี
หนึ่งในสามของชีวิตชั้นผ่านไปแล้ว แต่เหมือนไม่มีอะไรในมือชั้นเรย มึแต่ความว่างเปล่า
ทุ่มเทเรียนไปยี่สิบปี แล้วได้อะไรบ้าง ชั้นไม่สามารถเรียกคืนทุนที่ชั้นลงไปกับยี่สิบปีนั้นได้เลยเหรอ?
ตอนทีเรียน เวลาว่าง เสาร์-อาทิตย์ หรือปิดเทอม ชั้นก้อว่า ขอพักผ่อนหน่อย เรียนมาหนักมาก ได้แต่อ้างไร้สาระไปวัน ๆ
แล้วเวลาก้อผ่านไป แทนที่ชั้นจะไปหาความรู้ หาประสบการณ์ ฝึกภาษาให้แน่น หรืออย่างน้อย ค้นหาตัวเองให้เร็วกว่านี้
มาถึงวันนี้ ชั้นรู้น้อยมาก น่าเสียใจ เสียดายเวลาที่ผ่านมา ที่ทำตัวเปนนักฆ่าเวลามืออาชีพไปอย่างเต็มตัว
April 15 ความสุขของฤดูร้อนร้อนกาย อย่าให้ร้อนใจ
ฤดูร้อน มีหลายสิ่งน่าสุขใจยิ่งนัก
เริ่มจาก กลิ่นไอฤดูร้อน ช่วงปลาย ๆ หนาว สายลมโชยอ่อน ๆ กลิ่นของความอบอุ่นลอยมากับสายลม ความคิดก็ลอยไปถึงทะเลใส ใต้ฟ้าคราม
เมื่ออากาศร้อน แดดจ้าจ้า ฟ้าใสใส เมฆก้อนเล็ก ๆ ค่อย ๆ ลอยไปตามสายลมบนท้องฟ้า เสียงกรุ๊งกริ๊งกระดิ่งแขวน ไพเราะยิ่งนัก
ดอกไม้สีสันต่าง ๆ แข่งกันชูช่อเต็มต้น ต้นนั้นม่วง ต้นนี้ชมพู ที่เด่นที่สุดเห็นจะเป็นพวงดอกสีเหลืองอ่อน คล้ายกับใครเอาโคมไฟระย้ามาห้อยให้เต็มต้นคูณ
รอยยิ้มของเด็ก ๆ ในช่วงปิดเทอมใหญ่ วิ่งเล่นซุกซนกันให้วุ่น ขณะเดียวกันก็ชุ่มชื่นหัวใจปู่ยาตายายในบ้านไม่น้อย ที่มีเด็ก ๆ มาใกล้ชิด
เมื่อครอบครัวอบอุ่นขึ้นตามอากาศ กิจกรรมในครอบครัวคงจะหนีไม่พ้น ไปปิคนิคกันที่ชายทะเล
ดาวระยิบระยับบนผืนน้ำทะเลเมื่อต้องแสงแดด ก็ไม่ต่างจากดาวบนท้องฟ้ายามค่ำคืน
ฟ้าใสใส เห็นปุยเมฆ ทะเลก็ใส เห็นฝูงปลา ตอดขา ตอดตัว จั๊กจี้ แต่ก้อสนุกดี เอ้า! ดำผุด ดำว่าย เย็นชื่นใจ
อาหารประจำฤดูร้อน อย่าได้พลาด ข้าวแช่ แกล้มกับเครื่องเคียงอย่าง กะปิทอด พริกหยวกยัดไส้ห่อไข่ ไช้โป้ผัดไข่ หมูหวาน ชุ่มชื่นคอกับน้ำลอยดอกไม้เย็น ๆ
ตามด้วยของหวานอย่าง ข้าวเหนียวมะม่วง หรือ ผลไม้ลอยแก้ว สวรรค์แท้ ๆ
August 30 ต่างชาติเที่ยวกรุงอยู่กรุงเทพฯมาตั้งแต่เกิด ไม่เคยได้ไปเที่ยวที่เหล่านี้ซะที มีแต่ชาวต่างชาติมาเที่ยวแทนซะงั้น
ยอมไม่ได้แล้วค่า ขอไปมั่ง ให้มันรู้กันไปว่าเค้ามาดูอะไรกัน
เที่ยวครั้งนี้มีตีมด้วยค่า "เป็นชาวต่างชาติ" พยายามเต็มทีแล้วนะ จะเปนนักท่องเที่ยวชาวไต้หวันให้ได้ อุตส่าห์ผูกผมเป๋ไปข้างด้วย หน้าตาก้อพอถูไปได้ ก้อออกมาได้เท่านี้แล
นัดเจอเพื่อนๆที่กรุ๊ป คิดถึงจิงจิ๊ง (อันนี้ไม่เกี่ยวกับทริป ข้ามไป)
ที่แรกไปวัดพระแก้วกันเลยค่า ทองอร่ามมม แค่หน้าวัดก้อถ่ายรูปกันกระหน่ำแล้ว กว่าจะขยับเขยื้อนกันไปทีละจุดได้ ใช้เวลานานโข
ก่อนเข้า มีการตรวจความเรียบร้อยของการแต่งกายด้วย คุณพี่พนักงานดุกันจัง กับชาวต่างชาติก้อเสียงแข็ง รู้สึกไม่ดีเลย
ทางเข้าแยกเป็นสองทาง คนต่างชาติเสียตังค์ คนไทยเข้าฟรี อันนี้ชอบ ^U^ 55
เมื่อเข้าไปในวัด จิตรกรรมฝาผนังเลยค่ะ ที่อยากไป เพราะอยากดูสิ่งนี้เลยค่ะ มีคนเคยส่งเมล์มาให้ดูว่าศิลปินที่วาด มีการสอดแทรกอารมณ์ขัน
มีจริง ๆ ค่ะ แบบว่า ต้องมองดีดี แล้วจะเห็น เช่น มีหมีอยู่เหนือถ้ำ ทหารวานรนั่งเหงาใต้ศาลา ทหารสู้กันแบบดึงผ้านุ่ง อะไรประมาณนี้ ใครไม่เคยสังเกต ลองไปดูนะ
จากนั้นพวกเราก้อเดินดูรอบ ๆ วัดค่ะ ไม่ได้เข้าไปไหว้พระอะไรกับเค้า แค่ยกมือไหว้กันนอกอุโบสถ เพราะคนเยอะมาก
กว่าจะเดินหมดก้อกินเวลากันไปเที่ยงแล้ว ถึงเวลาพอดี ไปหาร้านข้าวกินกันที่ร้านโคโคนัท ณ ท่าเตียน
แล้วก้อไปต่อกัน ที่Museum of SIAM หรือ พิพิธภัณฑ์แห่งการเรียนรู้
ได้ยินมาว่าจะมีการเก็บค่าเข้าชม แต่ที่ไปก้อยังเข้าฟรีอยู่นะ โชคดีจัง
ก่อนเข้า เค้าจะติดสติ๊กเก้อให้ น่าเจ็บใจคุณพนักงานต้อนรับที่ไม่รู้ว่าจะเป็นคุณพี่หรือคุณน้องดี หยิบสติ๊กเก้อสีแดงมาติดให้
ตอนแรกก้อไม่ได้เอะใจ จนแก้มถามว่าสีแดงกับสีดำมันต่างกันไง แล้วคุณคนนั้นก้อถามขึ้นมาว่า "อายุเกิน 25 ยังคะ"
เล่นเอาพวกเราโฮกันเลยทีเดียว ยังไม่เกิน 25 ซะหน่อย ใจร้ายมาก ขอสติ๊กเก้อสีดำด่วนค่า
คำถามที่อยู่ด้านหน้า เหมือนเป็นไกด์ให้ไปหาคำตอบเอาข้างไหน เช่น "สยามอยู่ที่ไหน"
พอเข้าไปก้อจะมีห้องต่าง ๆ มากมาย ถือว่าทำดีนะ แต่เหมือนจะได้รับความเสียหายไปมากแล้วเหมือนกัน
พวกVTRที่ทำขึ้นก้อเจ๋งดี แต่...เรารู้สึกว่ามันไม่จบอะ แบบว่าเราไม่เข้าใจ จะให้เราคิดต่อเหรอ แต่เราคิดต่อไม่ออกอะ สรุปมันตอบคำถามข้างหน้ายังไงเหรอ ใครเข้าใจบอกเราด้วยนะ
เพื่อนๆเราออกทีวีด้วย ที่เค้าทำสถานีโทรทัศน์ช่อง 4 อะ เพื่อนเราสี่คนไปอ่านข่าวกัน แต่มันไม่มีเสียงหรอก แค่บันทึกภาพขาวดำอะ แล้วเค้าจะรีเพลย์ให้คนอื่น ๆ ที่เดินผ่านมาดูอะ
จากที่เดินดูทุกห้องแล้ว ชอบห้องที่เป็นยุค60อะ ทำสวยดี ไปยืนกดตู้เพลงเล่น หนุกดี
จบจากที่นี่ เรารอเวลาดูมวยโอลิมปิคกัน แบบว่าจะกลับบ้านตอนนี้คงไม่ทัน เลยไปนั่งชิวกันที่ท่าพระอาทิตย์
พอได้เวลา แน่นอน หาร้านข้าวสิ ไม่งั้นจะดูทีวีที่ไหน
ไปกินพิซซ่าลันตากันค่า แถวข้าวสารแหละ อร่อยดีนะ พิซซ่าเตาถ่าน
ดูมวยกันไป คนไทยเราได้เหรียญทองหนึ่ง เหรียญเงินหนึ่ง เย้....
มวยจบ ไปเที่ยวไหนต่อดี เดินข้าวสารสิเทอ หาทางไป เดินไปไงนี่ ถามแม่ค้าขายไรสักอย่าง เค้าบอกให้เดินตรงไปแล้วทะลุร้านอาหารออกไป
ช่างเป็นร้านที่เสียสละจริง แบบว่าต้องมีคนเดินเข้าออกร้านบ่อยมาก แต่ไม่ได้เข้ามากินนะ แค่ขอเดินผ่าน
เพิ่งเคยมาข้าวสารเป็นครั้งแรก ตื่นเต้นค่า เดิน ๆ ๆ ข้างทางก้อมีขายของไปเรื่อย มีฝรั่งเยอะ สูบบุหรี่กันก้อเยอะ เหม็นว่ะ
อ่าว สุดซอยละ มีแค่นี้เองเหรอ คือถ้าไม่เข้าร้านนั่งดริ๊งนี่ เป็นซอยที่ใช้เวลาเที่ยวน้อยมาก
แม้จะดึกและเหนื่อยแล้ว แต่ยังไม่อยากกลับเท่าไหร่ ไปต่อค่ะ
ร้านมนต์ นมสด คือแบบ ยังคงความรักสุขภาพกันอยู่ ขนาดมาข้าวสารกันแล้ว เป็นคนอื่นคงเลือกร้านเข้าไปนั่งดริ๊งกัน
แต่พวกเรา 55 ไปดื่มนมกันดีก่า น่ารักเนอะ
ร้านมนต์เนี่ย เค้าะรวยไปไหน คนแน่นร้านตลอด มาไม่ขาดสาย เมนูก้อง่ายมากมาก แค่นมกะหนมปังปิ้ง สุดยอดเลยเนอะ
ดื่มนมบวกซื้อเผื่อครอบครัวกันเส็ดสับ กลับบ้านได้แล้วเทอ ปาเข้าไปสี่ทุ่มแล้ว
เป็นวันที่สุดยอดจิงจิง เที่ยวกรุงหน่ำใจจิง ไปได้ตั้งหลายที่ในหนึ่งวัน สึโกยยย....
ปล.ท่านสามารถชมภาพความประทับใจได้จากเมนู photo ในอัลบั้ม Bangkok Trip ค่ะ
May 30 ในวันว่าง ๆช่างเปนวันว่างที่มีความสุขจริง
เดือนเมษาอันนี้ว่างงงงงงแบบไม่ได้ไปไหนอยู่กับบ้านรักษาผิว ทำเอาขาววววขึ้น น่าดีใจอยู่
แต่ว่างมากก้อฟุ้งซ่านมาก และขี้เกียจมาก สิ่งที่เคยคิดอยากจะทำ มันหายแวบไปอยู่ส่วนไหนของหัวก้อไม่รู้
เมื่อนึกไม่ออก พยายามหาอะไรทำ มันก้อจะไม่มีอะไรให้ทำอยู่ดี
เหมือนฟ้าประทานวันว่าง ๆ เจ้าก้อจงอยู่ว่าง ๆ ไปเถิด ประมาณนั้น
แต่มันกลับกลายเปนเดือนที่ไม่มีอะไรในความทรงจำเท่าไหร่ เพราะมันมีแต่ว่าง
เดือนพฤษภา ถึงขั้นกินแกลบ เฉือนเนื้อ เลาะกระดูกกันทีเดียว เมื่อรายได้ไม่มี และมีแต่รายจ่าย
เปนเดือนแห่งการช้อปปิ้งเสียนี่กระไร แต่ก้อเพื่อเตรียมตัวทำงาน วันๆ หมกหมุ่นอยู่กับการหาซื้อชุดทำงาน
ยังขาดนั่นขาดนี่ โอ๊ย ทำไมแมชกันไม่ได้ โอโน่ อ้วนขนาดนี้แล้วหรือนี่ ใส่แล้วไม่สวยเลย กลุ้ม
และแล้วก้อมาคิดได้ว่า ออกกำลังกายดีกว่า กินน้อยหน่อยดีกว่า แต่ไม่ว่าจะเสียเหงื่อขนาดไหน หิวโซแค่ไหน
น้ำหนักและไขมันตามร่างกายช่างรักชั้นเหลือเกิน ไม่คิดจะออกไปเลยแม้แต่น้อย ชีวิตช่างน่าเส้า
วันว่าง ๆ ของชั้นกำลังจะลาจากชั้นไปแล้ว ดีใจนะที่ได้มีวันว่าง ๆ ยาวนานถึงสามเดือนแบบนี้ ชั้นมีพลังเต็มที่แล้ว
ชีวิตของชั้นกำลังจะเริ่มต้น ไม่ว่ายังไง ต้องทำให้ดีที่สุด เพราะมันคือชีวิตของชั้น
February 09 มกราคมผ่านไปหลังจากเข้าสู่แวดวง Hi5 ที่นี่เลยร้างไปนาน
เดือนมกราคมก้อผ่านไปแล้ว เหลืออีกแค่ 1 เดือนสุดท้ายเท่านั้นสำหรับชีวิตการเรียนตามมาตรฐานไทย (แต่การเรียนชีวิตไม่มีวันจบ-->คมปะ)
ช่วงที่ผ่านมา เล่นเอาชีวิตวุ่นวายพอควร
ทั้งถ่ายรูปลงหนังสือรุ่น ไปทำงานบ้านแก้ม ไปทริปปัจฉิม รายงานสัมนา งานบายเนียร์คณะ วันตรุษจีน
เพิ่งจะได้พักผ่อนก้อช่วงนี้แล แต่ก้อนิ่งนอนใจไม่ได้ รายงานฟินเรปอันมโหฬารยังรออยู่
วาเลนไทน์ก้อกำลังจะมาถึงแล้ว รับรองว่ามีเซอร์ไพรส์เพื่อน ๆ เอ๊ะ! บอกไปแล้วว่ามี จะเซอร์ไพรส์กันมั้ยเนี่ย 55
แต่ก้อคาดหวังกันไม่ได้หรอกนะ เรายังไม่ค่อยมั่นใจตัวเองเลย ว่าจะออกมารอดมั้ย หุหุ
หลังจากร้างไปนาน ก้อเข้ามาบ่นซะยาว แต่ก้อคงจะบ่นต่อไป
ความรู้สึกคนใกล้จบเนี่ย สับสนอย่างนี้นี่เอง
ตื่นเต้นที่จะจบ กลัวจะไม่จบ ไม่รู้จะเอายังไง
ไม่รู้ว่าจบไปแล้วจะทำอะไร จะทำงานผ่านโปรมั้ย
อยากเรียนจบ แต่ชีวิตอนาคตน่ากลัวกว่าการเรียนซะอีก
ยังไงเราก้อกำหนดอะไรไม่ได้ ทำวันนี้ให้ดีที่สุดดีกว่าเนอะ
พยายามเก็บเกี่ยวความรู้สึกให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
หวังว่าทุกคนและฉันเองจะโชคดี
เป็นเพื่อนกันตลอดไป
คิดถึงกันตลอดไป
น่ารักอย่างนี้และมากขึ้นตลอดไป |
|||
|
|